ดนตรี

posted on 03 Sep 2011 16:41 by warinthorn-benz
ประวัติ
                                                              "ขลุ่ยไทย"
     เกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่ไทยยังตั้งหลักฐานที่ตอนใต้ของจีน คือ มลฑลยูนนานของจีนในปัจจุบันสมัยสุโขทัยมีการกล่าวถึงเสียงพิณเสียงพาทย์ แต่กลับไม่พบหลักฐานเกี่ยวกับขลุ่ยไทยในหลักศอลาจารึก ขลุ่ยไทยมีปรากฏชัดเจนในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนารถ ว่า "ชาวดนตรีคอยฟังสุรเสียง ครั้นเสร็จ ขลุ่ยนำเพลง" และหลังจากนั้น ขลุ่ยไทยปรากฏว่ามีการใช้ตลอดมาจนถึงปัจจุบัน
 
ลักษณะของขลุ่ย
     ขลุ่ยเป็นเครื่องดนตรีดั้งเดิมของไทย ทำด้วยไม้ไผ่ปล้องยาวๆ ไว้ข้อทางปลายแต่เจาะทะลุข้อย่างไฟให้แห้งแล้วตบแต่งผิวให้ ไหม้เกรียมเป็นลวดลายสวยงาม ด้านหน้าเจาะรูกลมๆเรียงแถวกัน 7 รู สำหรับนิ้วปิดเปิดเสียง ขลุ่ยไม่มีลิ้นเหมือนปี่ แต่เขาใช้ไม้อุดเต็มปล้อง แล้วปาดด้านล่างให้มีช่อง ไม้อุดนี้เรียกว่า ดาก ทำด้วยไม้สักเพราะไม่มีขุยมาบังลม ด้านหลังใต้ดากลงมา เจาะรูเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่ปาดตอนล่างเป็นทางเฉียงไม่เจาะ ทะลุตรงเหมือนรูด้านหน้า รูที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้านี้ เรียกว่า รูปากนกแก้ว ใต้รูปากนกแก้วลงมา เจาะรูอีก 1 รู เรียกว่า รูนิ้วค้ำ เพราะเวลาเป่า ผู้เป่าจะใช้หัวแม่มือค้ำปิดเปิดที่รูนี้ เหนือรูนิ้วค้ำด้าน หลัง และเหนือรูบนของรูด้านหน้าทั้งเจ็ดรู แต่อยู่ทางด้านขวา เจาะรูอีกรูหนึ่งเรียกว่า รูเยื่อ เพราะแต่ก่อนจะใช้เยื่อไม้ไผ่ปิดรูนี้ ต่อมาก็ไม่ค่อยได้ใช้ ตรงปลายเลาขลุ่ยจะเจาะรูให้ซ้ายขวา ตรงกันเพื่อร้อยเชื่อก เรียกว่า รูร้อยเชือก ดังนั้น จะสังเกตว่า ขลุ่ย 1 เลา จะมีรูทั้งสิ้น 14 รู
ประเภทของขลุ่ย
     
    1)ขลุ่ยหลิบหรือขลุ่ยหลีกหรือขลุ่ยกรวด

         เป็นขลุ่ยขนาดเล็กเสียงสูงกว่าขลุ่ยเพียงออเป็นคู่สี่ ใช้ในวงมโหรีเครื่องคู่ เครื่องใหญ่ และวงเครื่องสายเครื่องคู่โดยเป็นเครื่องนำในวงเช่นเดียวกับระนาดหรือซอด้วงนอกจากนี้ยังใช้ในวงเครื่องสายปี่ชวาเพราะขลุ่ยหลิบมีเสียงตรงกับเสียงชวาโดยบรรเลงเป็นพวกหลังเช่นเดียวกับซออู้

    2)ขลุ่ยเพียงออ

        เป็นขลุ่ยที่มีระดับเสียงอยู่ในช่วงปานกลาง คนทั่วไปนิยมเป่าเล่น ใช้ในวงมโหรีหรือเครื่องสายทั่ว ๆ ไป โดยเป็นเครื่องตามหรืออาจใช้ในวงเครื่องสายปี่ชวาก็ได้แต่เป่ายากกว่าขลุ่ยหลิบเนื่องจากเสียงไม่ตรงกับเสียงชวาเช่นเดียวกับนำขลุ่ยหลิบมาเป่าในทางเพียงออต้องทดเสียงขึ้นไปให้เป็นคู่ 4 นอกจากนี้ยังใช้ในวงปี่พาทย์ไม้นวมแทนปี่อีกด้วย โดยบรรเลงเป็นพวกหน้า
    3)ขลุ่ยอู้

         เป็นขลุ่ยขนาดใหญ่เสียงต่ำกว่าขลุ่ยเพียงออสามเสียง ใช้ในวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ ซึ่งต้องการเครื่องดนตรีที่มีเสียงต่ำเป็นพื้น นอกจากนี้ในอดีตยังใช้ในวงมโหรีเครื่องใหญ่ ปัจจุบันไม่ได้ใช้เนื่องจากหาคนเป่าที่มีความชำนาญได้ยาก

         ขลุ่ยอู้ของโบราณจะมีเจ็ดรู (รวมรูนิ้วค้ำ) แต่ในปัจจุบันมีผู้คิดทำเพิ่มขึ้นเป็นแปดรู โดยเพิ่มรูที่ใช้นิ้วก้อยล่างขึ้นอีกรูหนึ่ง ขลุ่ยอู้ปัจจุบันนี้หายากเนื่องจากต้องใช้ไม้ไผ่ที่มีขนาดใหญ่ ปล้องยาก ซึ่งหาได้ยาก

    4)ขลุ่ยเคียงออ
     
        เป็นขลุ่ยที่มีเสียงสูงกว่าขลุ่ยเพียงออหนึ่งเสียง ซึ่งตรงกับเสียงปี่ใน ใช้ในวงปี่พาทย์ไม้นวมเป็นเครื่องนำแทนปี่ ซึ่งอาจมีเสียงดังเกินไปใช้เล่นเพลงตับต่างๆแต่ปัจจุบันนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก
    5)ขลุ่ยรองออ
       
        เป็นขลุ่ยที่มีเสียงสูงกว่าขลุ่ยเพียงออหนึ่งเสียง ซึ่งตรงกับเสียงปี่ใน ใช้ในวงปี่พาทย์ไม้นวมเป็นเครื่องนำแทนปี่ ซึ่งอาจมีเสียงดังเกินไปใช้เล่นเพลงตับต่างๆแต่ปัจจุบันนี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก
      6)ขลุ่ยออร์แกน
     
         ในระยะหลังในวงเครื่องสายได้นำเครื่องดนตรีตะวันตกเข้ามาเล่นร่วมด้วย เรียกว่า วงเครื่องสายผสม เช่น เปียโน จึงมีคนคิดค้นขลุ่ยออร์แกนที่ทำให้เข้ากับเสียงดนตรีเหล่านี้
 

การรักษาขลุ่ย
       ขลุ่ยถ้าทิ้งไว้นาน ๆ จะแห้ง ดากจะหดตัวลง ทำให้เป่าเสียงไม่ใส การที่จะให้ขลุ่ยเสียงดี พระยาภูมีเสวินได้ให้คำแนะนำว่า ให้นำขลุ่ยแช่น้ำผึ้งให้ท่วมปากนกแก้ว น้ำผึ้งจะช่วยให้ขลุ่ยชุ่มอยู่เสมอและขยายตัว ไม่มีช่องที่ลมจะรั่วได้ หรืออีกวิธีหนึ่งทำโดย นำขลุ่ยไปแช่ในน้ำตาลสดหรือน้ำตาลเมาหลาย ๆ วัน จะทำให้เนื้อได้อยู่ตัว มอดไม่รบกวน นอกจากนี้ควรระวังด้านอื่น ๆ คืออย่าให้ถูกความร้อนนาน ๆ ไม่ควรเอาไม้หรือวัสดุอื่นแหย่เข้าไปใน ปากนกแก้ว เพราะอาจทำให้แง่ของดากภายในบิ่น เสียงจะเสียไปได้   

     


คำถามทบทวน

posted on 19 Aug 2011 20:42 by warinthorn-benz
1. มัลติมิเดียคืออะไร เกี่ยวข้องกับการนำเสนอข้อมูลอย่างไร
    ตอบ การนำเสนอข้อมูลหลายๆรูปแบบพร้อมๆกันเพื่อส่งเสริมการรับรู้และความเข้าใจของผู้รับข้อมูล
2. การนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ดีกว่าเอกสารสิ่งพิมพ์อย่างไร
    ตอบ ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากร เช่นกระดาษ หมึก สามารถใช้ได้หลายรูปแบบ สะดวก สามารถนำเสนอครอบคลุมได้ทั่วโลก
3. Microsoft PowerPoint สามารถนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดได้บ้าง
    ตอบ  เอกสารสิ่งพิมพ์ วีดีโอ ภาพนิ่ง กราฟ เสียง
4. การเชื่อมโยงภายในและภายนอก Microsoft PowerPoint แตกต่างกันอย่างไร
    ตอบ แตกต่างกันตรงที่การเชื่อมโยงภายในจะเชื่อมโยงในไฟล์เดียวกันแต่การเชื่อมโยง       ภายนอกจะสามารถทำนอกไฟล์ที่นำเสนอได้เช่น อินเตอร์เน็ต
5. นอกจากคอมพิวเตอร์แล้วยังมีเทคโนโลยีใดที่ช่วยส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลบ้าง
    ตอบ โทรทัศน์ โปรเจคเตอร์ โทรศัพท์ ipad 
6. นักเรียนคิดว่าการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบใดสามารถทำได้ง่ายที่สุด เพราะเหตุใด 
    ตอบ เอกสารสิ่งพิมพ์ เพราะ ไม่ต้องมีทักษะทางคอมพิวเตอร์มากก็สามารถทำได
7. การตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแม่แบบใน Microsoft Powerpoint สามารถทำได้อย่างไร
    ตอบ คลิกขวาตรงพื้นที่ว่าง เลือกออกแบบภาพนิ่ง แล้วจะสามารถเลือกแม่แบบที่แถบเครื่องมือได้เลย
8. การกำหนดกล่องข้อความหรือวัตถุให้เคลื่อนไหวในMicrosoft Powerpointสามารถตั้งค่าได้ที่ ใด
    ตอบ คลิกสิ่งที่อยากให้เคลื่อไหว คลิกขวาเลือกการเคลื่อนไหวแบบกำหนดเอง แล้วเลือก     ลักษณะการเคลื่อนไหวที่ตนชอบ
9. ยกตัวอย่างซอฟต์แวร์ที่ใช้สำหรับนำเสนอข้อมูลตัวหนังสือหรือตัวอักษรมาอย่างน้อย 3       โปรแกรม
    ตอบ Microsoft Word, Microsoft PowerPoint, Notepad
10. ถ้าไม่มีกล่องข้อความใน Microsoft PowerPoint จะสามารถสร้างงานนำเสนอข้อมูลได้หรือ ไม่อย่างไร  
      ตอบ ได้ โดยเราอาจเสนอเป็นกราฟ รูปภาพ หรือวีดีโอก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องมีแค่กล่อง       ข้อความ
11. เครื่องพิมพ์ที่เป็นฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นสำหรับการนำเสนอข้อมูลด้วย Microsoft PowerPoint
หรือไม่อย่างไร
      ตอบ ไม่จำเป็น เพราะ Microsoft PowerPointสามารถนำเสนอบนหน้าจอคอมเลยก็ได้ 
12. Microsoft PowerPoint สามารถแทรกรูปภาพ ภาพยนตร์ และเสียงได้หรือไม่ ถ้าได้มีวิธีการ อย่างไร
      ตอบ ได้โดยรูปภาพ เข้าแถบเมนู เลือกรูปภาพ รูปภาพจากแฟ้มแล้วเลือกภาพที่ต้องการกดแทรก ส่วนภาพยนตร์และเสียง เข้าแถบเมนู ภาพยนตร์และเสียง เลือกเสียงจากแฟ้มหรือภาพยนต์จากแฟ้ม
13. การนำเสนอข้อมูลด้วยแผนภูมิ แผนผัง และกราฟดีกว่าการนำเสนอข้อมูลด้วยตัวหนังสือหรือ         ตัวอักษรอย่างไร
      ตอบ ทำให้เข้าใจได้รวดเร็วและง่ายกว่า เพราะจะเห็นเป็นตัวเลขหรือรูปชัดเจน
14. การสร้างงานนำเสนอด้วย Microsoft PowerPoint สำหรับผู้รับข้อมูล 20 คนพร้อมกันจะต้อง ใช้ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ใดบ้าง
      ตอบ ฮาร์ดแวร์มี จอโปรเจคเตอร์ คอมพิวเตอร์ เมาส์ คีย์บอร์ด ส่วนซอฟต์แวร์มี Microsoft PowerPoint
15. ยกตัวอย่างเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบตัว หนังสือหรือตัวอักษรรูปภาพ   หรือภาพนิ่ง แผนภูมิ แผนผัง กราฟ เสียง และภาพเคลื่อนไหวได้พร้อมกัน
      ตอบ Authorware, Movie Maker , flash player, โทรทัศน์
 


edit @ 19 Aug 2011 22:10:48 by warinthorn phaisomboon

โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์

posted on 08 Jul 2011 14:16 by warinthorn-benz
ภาษาซีพลัสพลัส(C++)
  C++ มีรากฐานมาจากภาษา C และเป็นภาษาที่คลุมภาษา C ไว้ C++ ยังคงรักษาความสามารถและความยืดหยุ่นของ C ในการเขียนโปรแกรมระบบต่ำ รวมทั้งโปรแกรมควบคุมฮาร์ดแวร์ ที่สำคัญกว่านั้น คือ C++ ให้การสนับสนุนการเขียนโปรแกรมแบบ Object - Oriented C++ จัดเป็นภาษาที่มีความสามารถมากกว่า ADA และ Modula-2 ขณะที่ยังคงความมีประสิทธิภาพและความกะทัดรัดของภาษา C ไว้ ดังนั้น จึงเป็นภาษาโปรแกรมภาษาหนึ่งที่ยอมให้โปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมแบบมีโครงสร้าง และเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  C++ ถูกพัฒนาโดย Bjane Stroutrup ที่ Bell Labs ในช่วงทศวรรษ 1980 Dr. Stroustrup พัฒนาภาษานี้ขึ้นเพื่อเขียนซอฟต์แวร์จำลองเหตุการณ์ (Event-Driven Simulation) ที่มีความซับซ้อน ซึ่งมี Rick Mascitti เป็นผู้ตั้งชื่อของภาษานี้ให้กับเขาต่อมาได้มีคนนำภาษานี้ไปใช้และได้เปลี่ยนแปลงบางส่วน ในตอนที่ยังไม่มีมาตรฐานของภาษา Dr. Stroustrup และผู้ร่วมงานคนอื่น ๆ จึงได้ตัดสินใจวางมาตรฐาน C++ ให้เข้ากับ C ได้ เพื่อจะได้ไม่สูญเสียโค้ดของภาษา C ที่มีอยู่นับล้านบรรทัด
  C++ ถูกออกแบบให้ส่งเสริมการพัฒนาซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่ โดยเพิ่มการตรวจสอบ Type เข้าไป เมื่อเปรียบเทียบกับ C แล้วจะลดข้อผิดพลาดลงได้มาก เพราะว่าภาษา C ยอมให้โปรแกรมเมอร์ควบคุมระบบในระดับต่ำได้โดยตรง โปรแกรมเมอร์จำนวนมากจึงทำงานโดยเริ่มจากโครงสร้างระดับต่ำ แล้วนำส่วนต่าง ๆ เหล่านี้มาประกอบกันเป็นโครงสร้างใหญ่ แต่ในภาษา C++ จะทำในทางตรงกันข้าม คือ กำหนดโครงสร้างใหญ่ก่อนนำมาสัมพันธ์กัน แล้วจึงกำหนดโครงสร้างย่อย ๆ ต่อไป
รูปแบบการเขียนโปรแกรม C++
ภาษาโปรแกรม C++ เป็นภาษาโปรแกรมที่ไม่มีรูปแบบการเขียนตายตัว ไม่ต้องกำหนดว่าองค์ประกอบของโปรแกรมจะต้องเขียนอยู่ในบรรทัดหรือบนหน้ากระดาษส่วนไหน ดังนั้น โปรแกรมเมอร์จึงมีอิสระที่จะวางรูปแบบของโปรแกรม แต่โปรแกรมเมอร์ที่มีประสบการณ์ย่อมทราบดีว่าการเขียนโปรแกรมรูปแบบที่ดีนั้นจะต้องอ่านง่าย สะดวกต่อการแก้ไขข้อผิดพลาดของโปรแกรม และง่ายต่อการดูแลรักษาโปรแกรม แต่อย่างไรก็ตาม เราสามารถเขียนตามระเบียบแบบแผนมาตรฐานของภาษา C++ ซึ่งมีข้อปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
  1. การเขียนประโยคตัวเตรียมประมวลผล #include ไว้ที่ตำแหน่งเริ่มต้นของโปรแกรม
  2. เขียนบรรทัดละหนึ่งคำสั่ง
  3. เขียนกลุ่มคำสั่งที่อยู่ภายในบล็อกแบบย่อหน้า
  4. ให้มีการเว้นวรรคตรงเครื่องหมายตัวดำเนินการทั้งก่อนและหลังเครื่องหมาย เช่น n = 4.  
 ระเบียบแบบแผนอีกลักษณะหนึ่งที่พึงปฏิบัติ คือ การเขียนชื่อตัวแปร ถ้าเขียนด้วยชื่อสั้น ๆจะลดโอกาสที่จะพิมพ์ผิด แต่ในขณะเดียวกันก็ควรจะเป็นชื่อที่สื่อความหมายว่าตัวแปรนั้นแทนอะไร การเขียนรูปแบบนี้ เรียกว่า รหัสคำสั่งเอกสารในตัวเอง (Self – Documenting Code) โปรแกรมเมอร์ C++ เกือบทั้งหมดนิยมเขียนชื่อตัวแปรด้วยตัวพิมพ์เล็ก ยกเว้นในกรณีที่ชื่อตัวแปรประกอบด้วยคำหลาย ๆ คำจะเขียนตัวอักษรตัวแรกของคำที่มาต่อท้ายด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ เช่น 
Char Middle Initial;
Unsigned Max Unsigned Int;
เหตุผลที่เขียนแบบนี้ เพราะจะทำให้อ่านง่ายกว่าเขียนด้วยตัวพิมพ์เล็กเพียงอย่างเดียว เช่น Middleinitial และ Maxunsignedint หรือมีอีกวิธีหนึ่งที่นิยมให้เช่นกัน คือ การใช้เครื่องหมายสัญประกาศ (underscore ‘_’) เป็นตัวแยกคำแทนช่องว่าง เช่น
Char middle_initial;
Unsigned Max Unsigned Int;
 ตัวอย่างโปรแกรม Hello World
ผลลัพธ์ที่ได้จากการสั่ง Run โปรแกรมในตัวอย่าง คือ hello, world.